อัพเดทงาน – งานสร้างรั้วข้างบ้าน

Update : 30-04-2567

วันนี้มาอัพเดทหน้างานสร้างรั้วข้างบ้านซ้ายและขวา

  • ลงเสาเข็ม
  • ทำฟุตติ้งบนหัวเสาเข็ม
  • ทำคานคอดิน
  • ทำเสาแนวรั้ว

 

🙏 กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่มอบความไว้วางใจเรียกใช้บริการของเรามาโดยตลอดนะครับ

☎️ ติดต่อสอบถามประเมินราคาหน้างาน โทร. 086-3071065 #ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หรือ @ LINE เบอร์นี้ได้เลยครับ

ลูกค้าท่านใดสนใจ ต้องการ ต่อเติมบ้าน  ปรับปรุงบ้าน รีโนเวทบ้าน ซ่อมบ้าน ติดต่อดูงานและทำใบเสนอราคาให้พิจารณาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะครับ

 

 

Read More

อัพเดทงาน – ส่งมอบงานปูกระเบื้องและติดตั้งประตู

Update : 22-04-2567

วันนี้ส่งมอบงานปรับปรุง รีโนเวทบ้าน

  • งานปูกระเบื้องพื้นและยาแนวพื้น
  • งานรื้อถอนและติดตั้งบัวพื้นใหม่ของห้องโถงและห้องนอน
  • งานติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อน
  • งานรื้อและติดตั้งประตูห้องใหม่

ให้กับคุณลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยครับ หน้างานบ้านคุณลูกค้าสวนสยามรามอินทรา

🙏 กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่มอบความไว้วางใจเรียกใช้บริการของเรามาโดยตลอดนะครับ

☎️ ติดต่อสอบถามประเมินราคาหน้างาน โทร. 086-3071065 #ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หรือ @ LINE เบอร์นี้ได้เลยครับ

ลูกค้าท่านใดสนใจ ต้องการ ต่อเติมบ้าน  ปรับปรุงบ้าน รีโนเวทบ้าน ซ่อมบ้าน ติดต่อดูงานและทำใบเสนอราคาให้พิจารณาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะครับ

 

Read More

ความรู้งานก่อสร้าง “ซ่อมบ้านก่อนหน้าฝน”

สาระน่ารู้ : งานก่อสร้าง

เรื่อง : เตรียมซ่อมแซมบ้าน ก่อนหน้าฝนจะมาถึง

หน้าฝน เป็นฤดูกาล ที่บ้านและที่พักอาศัย อาคาร ตึก และสิ่งปลูกสร้าง ทุกชนิด ทุกประเภท ได้รับผลกระทบมากที่สุด กว่าทุกฤดูกาล เนื่องจาก น้ำฝน ลม พายุ ฟ้าผ่า ความชื้น ฯลฯ ที่จะเกิดในฤดูกาลหน้าฝนนี้

ดังนั้น การเตรียมตัวรับหน้าฝนที่โหดร้าย ดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่ต้องคิดและหาทางป้องกัน ตัวบ้าน อาคาร ของเราให้รอดพ้นจาก ฤดูฝน ให้ไม่เกิดความเสียหายกับบ้าน และอาคาร ที่พักอาศัย ของเรา

 

โดยสิ่งต่อไปนี้ที่เราควร เตรียมการ ซ่อมแซมบ้าน ปรับปรุงบ้าน อาคารที่อยู่พักอาศัย ให้รอดปลอดภัย จาก น้ำฝน ลมพายุ ความชื้น ฯลฯ

  1. ตรวจเช็ค รอยรั่วซึม ตามจุดต่างๆ เช่น หลังคา ขอบหน้าต่าง ประตู ผนังบ้าน ว่ามีรอยแตกร้าว รั่วซึมหรือเปล่า หากมี ต้องรีบซ่อมแซมบ้าน อาคารที่พักอาศัย นั้นๆให้หายรั่วซึม โดยเร็ว
  2. ตรวจเช็ค รางระบายน้ำฝน ว่ามีใบไม้ใบหญ้า ขยะ ขึ้นไปอุดตันหรือเปล่า หากมีต้องรีบขึ้นไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย
  3. ต้นไม้ ที่ปลูกข้างบ้าน ต้นใหญ่เกินไปหรือเปล่า และมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับแรงลม และลมพายุ ได้หรือไม่ หากดูแล้วไม่แข็งแรง เราความหาคนมาตัดแต่ง หรือโค่นทิ้งก่อนลมพายุจะมา
  4. กันสาด มีความแข็งแรง เพียงพอหรือเปล่า หากไม่แข็งแรง ความทำการหาช่างมาซ่อมแซม ให้แข็งแรงต่อไป
  5. การทำประภัยพิบัติจากภัยธรรมชาติ ก็จะเป็นทางเลือกและตัวช่วยอีกทาง ในกรณเกิดเหตุไม่คาดคิดจากภัยธรรมชาติ เราก็สามารถนำเงินจากการเคลมประกัน มาซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมอาคารที่อยู่อาศัย ได้

การซ่อมแซมบ้าน ในจุดที่จำเป็น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดในฤดูฝน ก่อนที่ฤดูฝนจะมาจึงไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด ทั้งนี้เพื่อช่วยลดโอกาสความสูญเสียในอนาคตนั้นเอง ยิ่งซ่อมแซมบ้าน ให้แข็งแรง เรียบร้อย ได้เท่าไร การซ่อมแซมบ้านนั้นๆ ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มายิ่งขึ้นเท่านั้น

 

เราจึงขอเชิญชวน คุณลูกค้า ทุกท่านให้ความสำคัญ ต่อการซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมอาศัยที่พักอาศัย ก่อนหน้าฝนจะมาถึงกันนะครับ

Read More

ควาามรู้งานก่อสร้าง “การต่อเติมบ้าน”

สาระน่ารู้ : ว่าด้วยเรื่องการต่อเติมบ้าน

เรื่อง : ว่าด้วยเรื่องการต่อเติมบ้าน

การต่อเติมบ้าน ในปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกอีกทางสำหรับคนในยุคปัจจุบันนี้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ และการที่เราจะไปซื้อบ้านใหม่ให้ได้ตามใจที่เราต้องการ ก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากมากๆเนื่องจากมีราคาที่แพงอย่างมาก ดังนั้นการหันมาต่อเติมบ้าน ที่มีอยู่แล้วแทนการไปซื้อบ้านใหม่เนื่องจากบ้านคือสถานที่ที่เราสามารถพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย และเมื่อเวลาผ่านไป บ้านก็อาจคับแคบไม่เพียงพอต่อการใช้งานของทุกคนบ้าน ทำให้เราจะต่อต่อเติมบ้านเพิ่ม เพื่อรองรับการใช้งานของทุกคนในบ้าน หรืออาจต้องการปรับเปลี่ยน แก้ไข พื้นที่ใช้สอย ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเรา ดังนั้น การต่อเติมบ้าน จึงถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้ดีกว่าการไปซื้อบ้านใหม่และยังช่วยเพิ่มพื้นที่ ปรับเปลี่ยนต่างความจำเป็นในการใช้งาน หรือปรับปรุงโครงสร้างของบ้านให้แข็งแรงและปลอดภัย

 

โดย PPRCON ของเรา จะเป็นตัวช่วย ที่จะทำให้การต่อเติมบ้าน เป็นเรื่องง่ายและสะดวก ประหยัดยิ่งขึ้น ด้วยการให้บริการต่อเติมบ้าน ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายใน-นอกบ้าน โรงจอดรถ ห้องออกกำลังกาย สร้างห้องใหม่ ห้องครัว ห้องน้ำ หรือการปรับปรุงโครงสร้าง ให้ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ต่อเติมบ้าน เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ถ้ารู้ก่อนเริ่ม

การต่อเติมบ้านเป็นกระบวนการปรับปรุง เพื่อให้เกิดการใช้งานที่สะดวกสบายมากขึ้น หรือเพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวบ้าน ซึ่งอาจเป็นการสร้างห้องใหม่ ขยายพื้นที่ หรือการเปลี่ยนแปลงสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างภายในตัวบ้าน

ปัญหาบ้านแบบไหน ที่ควรต่อเติมบ้านใหม่

  • พื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ เช่น มีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น
  • พื้นที่การใช้งาน ใช้งานได้ไม่เหมาะสม และสะดวก สบาย  เช่น บ้านชั้นเดียวที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ชั้นบน หรือบ้านที่ไม่มีห้องสำหรับผู้สูงอายุ หรือมีผู้พิการในบ้าน ฯลฯ
  • โครงสร้างหลักๆ บ้านทรุดโทรม เช่น บ้านเก่าอายุการใช้งานมานานมากแล้ว และเจอพายุบ่อยๆหรือบ้านที่เคยเจอปัญหาน้ำท่วม เป็นต้น
  • ความต้องการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ เช่น ขยายโรงจอดรถ หรือเปลี่ยนห้องเก็บของเป็นห้องทำงานฯลฯ

ก่อนที่เราจะคิด ต่อเติมบ้าน ควรรู้อะไรก่อนบ้าง

หากมีความรู้และเตรียมตัวให้พร้อม การต่อเติมบ้านจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หัวข้อนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความเข้าใจโครงสร้าง, สำรวจพื้นที่, ข้อควรระวัง ในการต่อเติมบ้าน และตลอดไปจนถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมบ้าน เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการต่อเติมบ้านได้อย่างราบรื่น

1. โครงสร้างพื้นบ้านเป็นอย่างไรบ้าง

พื้นบ้านเป็นส่วนหลักที่รองรับน้ำหนักและการใช้งานต่าง ๆ โดยพื้นบ้านที่ได้รับความนิยม มีดังนี้

  • พื้นคอนกรีต เนื่องจากราคาถูก แข็งแรง ทนทาน
  • พื้นไม้ ทั้งพื้นไม้จริงและพื้นไม้เทียม เนื่องจากมีความอบอุ่น สบายเท้า
  • พื้นกระเบื้อง ซึ่งมีทั้งกระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องหินอ่อน เพราะทำความสะอาดง่าย และทนต่อการใช้งาน

2.  บริเวณที่ต้องการต่อเติม

  • ก่อนการต่อเติมบ้าน ควรพิจารณาบริเวณที่ต้องการต่อเติมอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะลักษณะการใช้งาน ซึ่งบริเวณที่ต้องการต่อเติมควรเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น หากต้องการต่อเติมห้องนอน ควรเลือกบริเวณที่เงียบสงบ หากต้องการต่อเติมหลังคาโรงรถ หรือต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน ก็ควรเลือกบริเวณที่มีพื้นที่เพียงพอ เป็นต้น

3.  โครงสร้างบ้าน

  • ก่อนทำการต่อเติมบ้านนั้น เราควรทำความเข้าใจโครงสร้างบ้านเป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญ โดยควรดูว่า โครงสร้างบ้านมีส่วนประกอบหลัก ๆ อะไรบ้าง และแต่ละส่วนอยู่จุดไหน เพราะโครงสร้างแต่ละบ้านมีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป ขนาดและจำนวนชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องถูกวิเคราะห์โดยวิศวกรในแต่ละกรณี

4.  ขนาดและรูปแบบเสาเข็ม

  • เสาเข็มมีหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของส่วนต่อเติม การเลือกขนาดและรูปแบบเสาเข็มจึงมีความสำคัญ โดยขนาดของเสาเข็มที่เหมาะสม จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของส่วนที่ต่อเติมเข้าไป ซึ่งถ้าเสาเข็มใหญ่ก็จะสามารถรับน้ำหนักได้มาก โดยทั่วไปแล้ว เสาเข็มที่ใช้ต่อเติมบ้านมักมีเส้นผ่านศูนย์กลาง15-30 เซนติเมตร ซึ่งรูปแบบก็มีให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสภาพดินและรูปแบบของอาคาร

5.  วัสดุที่ต้องการใช้

  • วัสดุที่นิยมใช้ในงานต่อเติมบ้าน แบ่งเป็น วัสดุก่อสร้างโครงสร้าง เช่น เหล็ก คอนกรีต ไม้ และวัสดุก่อสร้างตกแต่ง ได้แก่ อิฐ กระเบื้อง กระจก โดยนอกจากเราจะเลือกจากความชอบแล้ว ควรเลือกวัสดุโดยดูจากลักษณะการใช้งานด้วย อาทิ หากต้องการต่อเติมห้องนั่งเล่น ก็ควรเลือกวัสดุที่ให้ความสบายตา โดยวัสดุที่เลือกควรปรับให้เหมาะกับงบประมาณที่กำหนดไว้
กฎหมายที่ต้องรู้ เรื่องการต่อเติมบ้าน ต่อเติมแบบไหนไม่ต้องขออนุญาต

การต่อเติมบ้านที่ไม่ต้องขออนุญาต มีดังต่อไปนี้

  • เปลี่ยนโครงสร้าง โดยใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเหมือนเดิม
  • เปลี่ยนวัสดุของส่วนที่ไม่นับเป็นโครงสร้างของบ้าน ซึ่งเพิ่มน้ำหนักไม่เกิน 10% จากเดิม
  • เปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงของส่วนประกอบ เช่น หน้าต่าง หรือประตู โดยเพิ่มน้ำหนักไม่เกิน 10% จากเดิม
  • เพิ่มหรือลดพื้นที่ รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่เพิ่ม-ลดเสาหรือคาน
  • เพิ่มหรือลดหลังคา โดยไม่เพิ่มหรือลดเสาและคาน มีน้ำหนักรวมกันเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% จากเดิม

 

สำหรับการก่อสร้างบางประเภทที่นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีการขออนุญาต ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

Read More

ความรู้งานก่อสร้าง “สิ่งที่ต้องรู้ในการต่อเติมบ้าน”

สาระน่ารู้ : สิ่งที่ต้องรู้ในการต่อเติมบ้าน

การต่อเติมบ้าน สิ่งที่ต้องรู้ก่อนการต่อเติมบ้านและทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ให้ไม่มีปัญหาภายหลัง

การต่อเติมบ้าน หรือขยายพื้นที่ในการใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมข้างบ้าน ข้างหลังบ้าน หรือทำรีโนเวทบ้านส่วนอื่นๆ เองก็ควรศึกษาสิ่งที่สามารถทำได้และสิ่งที่ห้ามทำ ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง ที่จะทำให้เราเสียทั้งเงินค่าต่อเติมและค่ารื้อถอนเปล่าๆ ในบทความนี้จะพามาดูเหตุผลว่าทำไมเราต้องศึกษากฎหมายต่อเติมบ้าน ก่อนดำเนินการ กฎหมายที่ต้องรู้หากไม่อยากโดนร้องเรียนระหว่างการดำเนินการ ต่อเติมบ้านแบบไหนที่ไม่ต้องขออนุญาต และโทษของการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการต่อเติมบ้านทั้งที่ดำเนินการในบริเวณบ้านของตนเอง ไขข้อสงสัยและเตรียมความพร้อมก่อนต่อเติมบ้าน มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

ทำไมเราต้องทำการศึกษากฎหมาย ต่อเติมบ้าน ก่อนดำเนินการต่อเติมบ้าน

การศึกษากฎหมาย ก่อนที่จะดำเนินการต่อเติมบ้านหรือก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้โครงการดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาภายหลัง การก่อสร้างจะมีกฎหมายกำหนดขอบเขตเพื่อให้สิ่งแวดล้อมรอบข้างได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมถึงความปลอดภัย ดังนั้นการศึกษากฎหมาย จะช่วยให้รู้ถึงข้อกำหนดกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

และอีกสิ่งสำคัญของการศึกษากฎหมายต่อเติมบ้าน คือการป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายต่างๆ อาจมีคดีทางกฎหมายเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อโครงการต่อเติมบ้านหรือสร้าง โดยผู้ร้องเรียนอาจจะเป็นเพื่อนบ้านหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการต่อเติมบ้านของเรา

ในส่วนของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องที่เราควรรู้และศึกษาก่อนการต่อเติมบ้าน หากไม่อยากโดนถูกฟ้องร้อง

การที่ต้องศึกษากฎหมาย ก่อนต่อเติมบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและการต่อเติมบ้านที่เป็นไปตามข้อกำหนด

1. เมื่อต่อเติมบ้านแล้ว ต้องมีพื้นที่ว่างเหลือไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่บ้าน

เมื่อมีการต่อเติมบ้าน สิ่งสำคัญคือต้องเหลือพื้นที่ว่างอย่างน้อย 30% เพราะการเว้นพื้นที่ว่างให้เพียงพอจะทำให้บ้านมีรากฐานที่มั่นคง ลดความเสี่ยงของปัญหาด้านโครงสร้าง ช่วยให้ระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม และลดโอกาสเกิดความชื้นสะสม หรือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างไฟไหม้ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ไฟลามไปยังบ้านข้างเคียงได้ง่าย

  • บ้านมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร จะต้องมีพื้นที่โดยรอบ 1 เมตร
  • ถ้าหากบ้านสูงเกิน 15 เมตร จะต้องมีพื้นที่โดยรอบ 2 เมตร

การที่พื้นที่เปิดโล่งรอบบ้านที่เพียงพอช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในอาคาร สร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่สว่าง ปลอดโปร่ง และสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังส่งเสริมการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น ทำให้มั่นใจได้ถึงการระบายอากาศที่ดี และลดความจำเป็นในการทำความเย็นหรือความร้อนเทียมที่มากเกินไป

2. แนวของตัวอาคาร และระยะร่นต่างๆ ต้องมีความสูงไม่เกินที่กฎหมายกำหนดในการที่จะต่อเติมบ้าน

การกำหนดแนวของตัวอาคารและระยะร่นต่างๆ ที่ไม่เกินที่กฎหมาย กำหนด เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องในการสร้างและต่อเติมบ้าน

  • ความสูงของตัวบ้านที่เกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดิน 3 เมตร
  • ถ้าตัวบ้านสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดิน 2 เมตร.

3. เพื่อนบ้านรับรู้ และยินยอมให้ดำเนินการต่อเติมบ้าน

    การที่ได้รับความเข้าใจและยินยอมจากเพื่อนบ้านเมื่อต้องการต่อเติมบ้าน เป็นการรักษาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ช่วยป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น เริ่มต้นโดยการพูดคุยกับเพื่อนบ้านเกี่ยวกับแผนการต่อเติมบ้าน อธิบายถึงความต้องการให้เห็นว่าการต่อเติมบ้านจะไม่สร้างความรบกวนหรือปัญหาให้เพื่อนบ้าน ฟังข้อเสนอและข้อคิดเห็นของเพื่อนบ้านและพิจารณาว่าสามารถปรับปรุงแผนการต่อเติมได้อย่างไรเพื่อให้ความพอใจแก่เจ้าของบ้านและความสบายใจของเพื่อนบ้าน

    แต่ถ้าหากเพื่อนบ้านไม่ยินยอม ก็จะไม่สามารถต่อเติมแบบชิดเขตพื้นที่ได้ จะต้องเว้นระยะห่าง 0.5 เมตร และต้องเป็นผนังทึบเท่านั้น มิเช่นนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

    4. ขออนุญาตจากเจ้าพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    การขออนุญาตจากเจ้าพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อต้องการต่อเติมบ้านที่ปฏิบัติตามข้อกฎหมายกำหนด และควรทำความเข้าใจขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบถ้วนเพื่อให้การขออนุญาตเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนี้

    • ติดต่อเจ้าพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : ติดต่อหน่วยงานหรือเจ้าพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บ้านตั้งอยู่ เช่น ตั้งอยู่เขตกรุงเทพ ก็ต้องติดต่อสำนักงานเขตกรุงเทพ
    • เตรียมเอกสารที่จำเป็น : เอกสารที่จำเป็นสำหรับการขออนุญาต เช่น แผนการต่อเติมแบบแผนผัง รายละเอียดการก่อสร้าง เป็นต้น
    • ส่งคำขออนุญาต : ส่งคำขออนุญาตการต่อเติมบ้านพร้อมกับเอกสารที่จำเป็น
    • รอการตอบรับ : รอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบคำขอและเอกสารที่ส่งไป หากปฏิบัติตามข้อกำหนดและเอกสารครบถ้วน จะมีการตอบรับภายในระยะเวลาที่กำหนด
    • ดำเนินการต่อเติม : หากคำขอได้รับการอนุมัติ สามารถดำเนินการต่อเติมบ้านตามแผนที่ได้ตามปกติ
    • ปฏิบัติตามเงื่อนไข : ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้รับการแจ้งไว้ในการต่อเติมบ้าน

    5. ควบคุมการดำเนินการต่อเติมบ้าน โดยสถาปนิกและวิศวกร

      การควบคุมการดำเนินการต่อเติมบ้านโดยสถาปนิกและวิศวกรนั้น ช่วยให้โครงการสำเร็จตามแผนและมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพราะก่อนการเริ่มต้นดำเนินการต่อเติม สถาปนิกและวิศวกรจะวางแผนและออกแบบโครงการตามความต้องการหรือวัตถุประสงค์ของลูกค้า ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทาง ไอเดียในการต่อเติมบ้าน เช่น ต้องการต่อเติมห้องครัวควรใช้ผนัง กระเบื้องอย่างไร เป็นต้น

      หน้าที่ของสถาปนิกและวิศวกรจะตรวจสอบงานที่ดำเนินการตามแผนและการออกแบบ เพื่อให้แน่ใจว่างานถูกดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการ สถาปนิกและวิศวกรจะปรับปรุงแผนหรือแนะนำวิธีการแก้ไขอีกทั้งสถาปนิกและวิศวกรอาจต้องติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ เช่น ผู้ประเมินคุณภาพงาน นักเขียนแบบ หรือผู้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น

      และนี้คือ บทลงโทษของเจ้าของบ้าน หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมในเรื่องการต่อเติมบ้าน

      ถ้าหากเจ้าของบ้านไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือ ข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวกับการควบคุมการต่อเติมบ้าน อาจมีผลโทษและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ตามมา และที่สำคัญหากเจ้าของบ้านไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องจ่ายค่าปรับหรือค่าเสียหายไม่เกิน 60,000บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติอย่างถูกต้อง หรือจำคุกไม่เกิน3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอาจเป็นค่าปรับเงินสดหรือเป็นการเรียกเก็บทางกฎหมาย

      การศึกษาข้อกำหนดและกฎหมายเป็นสิ่งที่ต้องรู้เพื่อเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ และควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายท้องถิ่นเพื่อหาข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อเติมบ้านใดๆ หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายอาจส่งผลให้เกิดบทลงโทษและผลที่ตามมา

      ถ้าจะต่อเติมบ้านแบบไหนที่ไม่ต้องขออนุญาต ก่อนการต่อเติม มีดังต่อไปนี้

      โดยทั่วไปแล้ว งานต่อเติมบ้านที่ไม่ต้องขออนุญาตเป็นลักษณะงานเล็กๆ และไม่มีผลกระทบมากที่ส่งผลต่อโครงสร้างหรือภาพรวมของบริเวณโดยรอบ ดังนี้

      • การเปลี่ยนโครงสร้างของบ้าน : หากต้องการเปลี่ยนโครงสร้างบ้านแต่ใช้วัสดุเดิมขนาด จำนวน ชนิดเดียว เช่น ไม้สัก เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เว้นแต่ว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างบ้าน ชนิดวัสดุเป็นเหล็ก ยังคงต้องทำตามกฎหมายและข้อกำหนดที่กล่าวไปก่อนหน้า
      • การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ของบ้าน : การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ภายในบ้านที่นอกจากโครงสร้างเช่น เปลี่ยนผนัง พื้นกระเบื้อง เพิ่มความหนาบาง หรืออาจจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักส่วนต่างๆ ภายในบ้าน แต่จะต้องไม่เกิน 10 %
      • การเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของอาคาร : เช่น หน้าต่าง ประตู เพดาน ฝ้า เป็นต้น น้ำหนักจะต้องไม่เพิ่มเกิน 10 %
      • การเพิ่มหรือลดพื้นที่รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร : จะต้องไม่ใช่การลดหรือเพิ่มจำนวนเสา หรือคาน เช่น การทำพื้นที่เดิมเป็นช่องโล่ง การเพิ่มเฉลียง
      • การเพิ่มหรือลดพื้นที่ส่วนของหลังคา : ต้องมีขนาดไม่เกิน 5 ตารางเมตร และจะต้องไม่ใช่การลด-เพิ่ม เสา หรือคาน
      Read More

      ความรู้งานก่อสร้าง “ก่อนซ่อมแซมบ้าน ควรวางแผนอย่างไร”

      สาระน่ารู้ : ก่อนการซ่อมแซมบ้าน ควรวางแผนอย่างไร

      ซ่อมบ้าน ต้องขออนุญาตไหม เรื่องน่ารู้ก่อนคิดที่จะทำการซ่อมแซมบ้าน

      ก่อนวางแผนซ่อมแซมบ้าน ต้องรู้อะไรบ้าง

      บ้านเป็นทรัพย์สินอีกประเภทที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาโดยเฉพาะบ้านที่สร้างมานาน แต่ทุกคนก็ต้องการให้บ้านดูสวยงามและมีบรรยากาศดี จึงจำเป็นต้อง ซ่อมแซม ปรับปรุงบ้านให้กลับมาน่าอยู่อาศัยตามกำลังทรัพย์ที่มี แน่นอน ว่าก่อนปรับปรุงบ้านใหม่มีหลายเรื่องให้ต้องทำ เพราะถ้าวางแผนไม่ดีงบประมาณอาจบานปลายได้

      ถ้าจะซ่อมแซมบ้าน ต้องขออนุญาตไหม

      เมื่อจะซ่อมแซมบ้าน ผู้เป็นเจ้าของบ้านไม่ต้องทำหนังสือขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อน เว้นแต่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบ้านให้ผิดไปจากเดิม เช่น การขยายพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งของอาคารมากกว่า 5 ตารางเมตร มีการเพิ่มลดหรือเปลี่ยนจำนวนเสา คาน บันได และผนัง หรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม ลักษณะนี้ถือเป็นการต่อเติมบ้านที่ต้องขออนุญาตก่อน ฉะนั้นใครที่วางแผนซ่อมบ้านควบคู่กับการต่อเติมข้างบ้านในคราวเดียว แต่ไม่มั่นใจว่าจำเป็นต้องขออนุญาตหรือไม่ แนะนำว่าควรยื่นหนังสือขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพิจารณาก่อน เพื่อความปลอดภัยจากการทำผิดกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการโดนเพื่อนบ้านฟ้องร้อง ครับผม

      ซ่อมแซมบ้าน คืออะไร เหมือนหรือต่างกับการต่อเติมบ้าน

      เชื่อว่าเมื่อเอ่ยถึงการซ่อมแซมบ้าน หลายคนอาจยังสับสนว่าสิ่งที่กำลังวางแผนทำอยู่นั้น แท้จริงคือการซ่อมแซมหรือการต่อเติมกันแน่ เพื่อทำความเข้าใจได้ถูกต้อง ลองมาดูความหมายและความต่างกัน

      • การซ่อมแซม คือ การซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของบ้านหรืออาคารให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เช่น ซ่อมรอยรั่วของประตู ซ่อมพื้นโดยอาจซ่อมเฉพาะส่วนที่เสียหายหรือเปลี่ยนพื้นไปเลย หรือซ่อมผนังร้าวด้วยการอุดผนังพร้อมทาสีใหม่ เป็นต้น
      • การต่อเติม เป็นการดัดแปลงบ้านด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่สร้างไว้แล้วผิดไปจากเดิม ได้แก่ เพิ่ม เติม ลด ขยาย ลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก ที่ไม่ใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงอาคารตามที่กฎหมายกำหนด จำเป็นต้องทำหนังสือขออนุญาตและยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพิจารณาก่อนทุกครั้ง 

      4 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนวางแผนที่จะซ่อมแซมบ้าน

      เมื่อพิจารณาแล้วว่า ถึงเวลาที่ต้องซ่อมแซมหรือปรับเปลี่ยนบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมให้เป็นบ้านที่สวยงามและน่าอยู่กว่าเดิม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลงมือติดต่อช่างมาซ่อมบ้านได้ทันที ยังมีเรื่องต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจก่อนลงมือซ่อมบ้าน ส่วนจะมีอะไรบ้างตามมาดูพร้อม ๆ กัน

      (1) ต้องทำการสำรวจบ้านเพื่อลิสต์จุดที่ซ่อมแซม

      ก่อนตัดสินใจว่าจะลงมือซ่อมบ้านด้วยตนเอง หรือมองหาช่างซ่อมบ้าน ใกล้ฉัน อันดับแรกควรสำรวจตัวบ้านอย่างละเอียดว่ามีจุดไหนที่ต้องได้รับการซ่อมแซมหรือปรับปรุงใหม่ พร้อมจดลิสต์ว่าแต่ละจุดเกิดปัญหาอะไร เพื่อจะได้วางแผนซ่อมแซมและปรับปรุงในขั้นต่อไป สำหรับการเช็กบ้านสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

      • สำรวจบ้านด้วยตนเอง เช่น มีปัญหาน้ำรั่วซึม รอยแตกร้าว ร่องรอยปลวก หรือการทรุดตัวของบ้านหรือไม่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
      • จ้างช่างมืออาชีพมาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการซ่อมแบบจริงจัง ยิ่งถ้าตรวจพบการทรุดตัวของดินจนทำให้เกิดช่องว่างระหว่างตัวบ้านและพื้นดิน ควรให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเป็นตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างบ้านและประเมินว่าต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านทรุด

      (2) ต้องทำการประเมินความเร่งด่วน

      เมื่อทราบจุดที่ต้องทำการซ่อมแซมแล้ว ขั้นตอนต่อการคือการเรียงลำดับความสำคัญว่าตรงจุดไหน ต้องรีบแก้ไขก่อนเกิดปัญหาลุกลามจนยากซ่อมแซม และจุดใดสามารถรอการแก้ไขปัญหาในภายหลัง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแนะนำทำตารางการซ่อมบ้าน นอกจากได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น ยังนำบางรายการมารวมกันเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเจ้าของบ้านที่วางแผนต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงบ้านอยู่แล้ว ก็ถือโอกาสนี้ดำเนินการทุกอย่างให้เรียบร้อยในครั้งเดียว

      (3) ต้องทำการประเมินงบประมาณ

      การซ่อมแซมบ้านแต่ละจุดล้วนต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงของช่าง ค่าวัสดุอุปกรณ์ หรือค่าเดินทางกรณีที่เจ้าของบ้านไปเลือกซื้อวัสดุด้วยตนเอง ยิ่งถ้ามีงบประมาณอย่างจำกัด การแบ่งซ่อมทีละจุด ๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดี และเพื่อให้การใช้งบเกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด การคำนวณวัสดุที่ต้องใช้ให้พอดี เลือกซื้อการแหล่งจำหน่ายวัสดุที่น่าเชื่อถือ มีความหลากหลายของแบรนด์ให้เปรียบเทียบและเลือกใช้ รวมถึงมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกหรือรูดซื้อผ่านบัตรเครดิตก็ยิ่งช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น

      (4) ต้องทำการเลือกช่าง

      ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกทีมช่างเข้ามาดำเนินการซ่อมบ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านหลายคนอาจเลือกช่างตามคำแนะนำของเพื่อน เพราะถือเป็นช่างซ่อมบ้านที่มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงมาการันตีฝีมือ แต่ถ้าเพื่อนหรือคนใกล้ตัวไม่เคยมีใครใช้บริการซ่อมบ้านมาก่อน อาจค้นหาช่างซ่อมบ้าน ใกล้ฉัน แล้วอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง ก่อนเรียกทีมช่างที่สนใจเข้ามาตีราคา 2-3 ราย เพื่อเปรียบเทียบราคา โดยประเด็นนี้รวมถึงช่างที่เลือกมาจากที่มีคนรู้จักแนะนำด้วย

      เมื่อตัดสินใจได้แล้ว อย่าลืมทำสัญญารายการซ่อมให้ละเอียด ว่ามีการแบ่งจ่ายเงินเป็นกี่งวด ระบุระยะเวลาที่แน่ชัดในการซ่อมแซมแต่ละจุด จุดไหนเหมาจ่าย หรือจุดไหนจ่ายเฉพาะค่าแรง เพื่อป้องกันช่างหนีงานและยังเป็นการรับประกันว่าช่างจะทำตามรายละเอียดอีกด้วย

       

       

      Read More